วันพฤหัสบดีที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2553

รายงานการทดสอบดิน ของโรงแยกก๊าซใหม่ ของ ปตท. และการเปรียบเทียบกับโรงงานอื่นๆ

รายงานการทดสอบดิน ของโรงแยกก๊าซใหม่ ของ ปตท. และการเปรียบเทียบกับโรงงานอื่นๆ

รายงานการทดสอบดิน และการเปรียบเทียบ
3 โครงการในพื้นที่มาบตาพุด และอ้างอิง 1 โครงการ

1. โรงแยกก๊าซ ที่ 6 ของ ปตท. PTT-GSP6 - ถ.สุขุมวิท หลังปั้ม ปตท. มาบตาพุด
2. โรงงาน พีทีทียูติลิตี้ PTT-UTILITIES - ถ.สายทางหลวง 3191 นิคมไออาร์แอล
3. โรงงานส่วนขยายของเอชเอ็มซี - ถ.ไอหนึ่ง ในนิคมมาบตาพุด
4. อ้างอิง โรงงานแพร็กแอร์ ที่อยู่ใน พื้นที่โรงแยกก๊าซ ปตท. ก่อสร้างฐานรากโดยการใช้เสาเข็มเจาะ

การเปรียบเทียบกับ 2 โครงการ คือ โครงการ เอชเอ็มซี และ โครงการ พีทีที ยูติลิตี้
พอสรุปเป็นข้อเปรียบเทียบได้ดังนี้คือ
กรณีออกแบบฐานรากมีเสาเข็ม
เปรียบเทียบ เสาเข็มเจาะ ขนาด 60 ซ.ม.ของ โครงการ เอชเอ็มซี
โรงแยกก๊าซ ปตท. ค่ารับน้ำหนัก อยู่ ระหว่าง 60-85 ตัน/ต้น
ที่ความลึกประมาณ 10-14 ม.
โรงงานเอชเอ็มซี ค่ารับน้ำหนัก อยู่ ระหว่าง 45-65 ตัน/ต้น
ที่ความลึกประมาณ 14-18 ม.
เปรียบเทียบ เสาเข็มตอกสี่เหลี่ยม ขนาด 40x40 ซ.ม. ของ โครงการ พีทีทียูติลิตี้
โรงแยกก๊าซ ปตท. ค่ารับน้ำหนัก อยู่ ระหว่าง 55-75 ตัน/ต้น
ที่ความลึกประมาณ 10-14 ม.
โรงงานพีทีทียูติลิตี้ ค่ารับน้ำหนัก อยู่ ระหว่าง 70-82 ตัน/ต้น
ที่ความลึกประมาณ 10-15 ม.
สรุป – ค่าดินกับการรับน้ำหนักของเสาเข็ม มีค่ามากกว่า โครงการเอชเอ็มซี ประมาณ 30% และน้อยกว่าโครงการ พีทีทียูติลิตี้ 10-15%

ภาพการเตรียมพื้นที่ ถมดินบดอัดปรับระดับ
แล้วเสร็จเมื่อ เดือน มกราคม 2551


รายงานการสำรวจ-ทดสอบดิน ของโรงแยกก๊าซ ที่ 6 ของ ปตท.
เมื่อ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551
ค่ารับน้ำหนักจากการเจาะสำรวจ ส่วนที่ขีดสีเขียว ต่ำกว่า 30 ตัน/ม2
ค่ารับน้ำหนักจากการเจาะสำรวจ ส่วนที่ขีดสีเขียว ต่ำกว่า 30 ตัน/ม2

ค่ารับน้ำหนักจากการเจาะสำรวจ ส่วนที่ขีดสีเขียว ต่ำกว่า 30 ตัน/ม2 นั้น
หลังจากที่มีการปรับปรุงดินแล้ว ให้ทั้งหมด รับน้ำหนักได้ 30 ตัน/ม2

การทดสอบโดยกดน้ำหนัก หรือ PLATE BEARING TEST ทำ 5 จุด
ที่ใช้อ้างอิงว่า ดินสามารถรับน้ำหนักประลัยได้มากกว่า 120 ตัน/ม2 4 จุด
และประมาณ 45 ตัน/ม2 1จุด
(น้ำหนักประลัย หมายถึงเมื่อกดแล้วดินจะทรุดตัวลง 1 นิ้ว)

แผนผังบริเวณที่ทำการทดสอบกดน้ำหนัก แบบ Plate Bearing Test
แผนผังบริเวณที่ปรับปรุงดิน ถม-บดอัดใหม่
ถมบดอัดใหม่ ด้วยลูกรังและหินคลุก ในพื้นที่เจาะสำรวจแล้วได้ค่าต่ำกว่า 30 ตัน/ม2

รายงานการสำรวจ-ทดสอบดินของโรงงาน พีทีทียูติลิตี้
ได้ค่ารับน้ำหนักของเสาเข็มเพื่อออกแบบฐานราก



รายงานการสำรวจ-ทดสอบดินของโรงงาน พีทีทียูติลิตี้
ได้ค่ารับน้ำหนักของเสาเข็มเพื่อออกแบบฐานราก
และกำหนดให้ใช้ค่ารับน้ำหนักปลอดภัยของดิน
เท่ากับ 9.76 ตันต่อตารางเมตรหรือน้อยกว่า
สำหรับใช้ในการออกแบบฐานรากตื้น (ไม่มีเสาเข็ม)

รายงานการสำรวจ-ทดสอบดินของโรงงาน เอชเอ็มซี

ได้ค่ารับน้ำหนักของเสาเข็มเพื่อออกแบบฐานราก

และกำหนดให้ใช้ค่ารับน้ำหนักปลอดภัยของดิน 4-11 ตันต่อตารางเมตรต่างพื้นที่

และความลึกฐานราก สำหรับใช้ในการออกแบบฐานรากตื้น (ไม่มีเสาเข็ม)

โรงงานแพร็กแอร์ ที่อยู่ใน พื้นที่โรงแยกก๊าซ ปตท. ก่อสร้างฐานรากโดยการใช้เสาเข็มเจาะ


ภาพเปรียบเทียบความแข็งแรงของดิน
* งานถมดิน ตามรูปไม่มีการควบคุมให้ได้ค่ารับน้ำหนักของดิน 30 ตัน/ม2*
ตามการออกแบบ เพราะถมกลับด้วยดินเดิม ซึ่งงานลักษณะนี้
มีอยู่จำนวนมาก และมีความเร่งรัดสูง ในการถมบดอัด
และการก่อสร้างทำในช่วงฤดูฝน ทำให้การควบคุมยาก



ข่าวเกี่ยวกับ ปัญหาของดิน และฝน – ที่ทำให้ตึกขนาดใหญ่ ล้มทั้งยืน
ตึกถล่มในประเทศจีน : มีการออกแบบและอนุมัติอย่างถูกต้อง การล้มพัง มาจากเหคุฝนตกหนักและในบริเวณที่ก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ มีการขุดย้ายดิน สาเหตุการพังมาจากดินอ่อนตัว ดินไหล และเสาเข็มซึ่งออกแบบมาสำหรับแรงตามแนวดิ่ง และแรงถอน ซึ่งไม่ได้เผื่อแรงเฉือนจากโมเมนต์ส่วนเกินเมื่อทรุดเอียง – “ดังนั้นปัญหาของน้ำกับดิน กับองค์อาคาร เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง”





รวมวิดีทัศน์ กรณีโรงแยกก๊าซใหม่ ของ ปตท. ไม่ตอกเสาเข็มฐานราก

กรณีศึกษาเรื่องการทรุดตัวของฐานรากตื้น (ไม่ตอกเสาเข็ม)
ใน 3 โครงการของ ปตท. มาบตาพุด ระยอง

โรงแยกก๊าซใหม่ ของ ปตท. เสี่ยง

PTT GSP6 RISK (New Version)

PTT GSP6 RISK (Original)

ภาพยนต์จำลองเหตุรถก๊าซระเบิดที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่เมื่อ ปี พ.ศ.2533
(ครบรอบ 20 ปี - 24 กันยายน 2553)





All Investors Must Know, Maptaphut Rayong is in Unsafe Condition


All Investors Must Know, Maptaphut Rayong in Unsafe Condition

Rapid business growth and ever higher demands plus inept authorities may be the cause that PTT, a prominent energy company is neglecting safety in the construction of its facility. Commonsense tells that strong foundation is of utmost important for structural integrity. Nevertheless, PTT claims the supporting soil is strong enough that piling is exempted for its gas separation plant in Rayong. This delusion is bringing inevitable risks to all lives and environments in the vicinity.
Recent leakage of Chlorine gas from another plant at this same industrial development that injured hundreds of people was not from defaulted tank, but the collapse of the tank’s supporting foundation. Several factories with unsafe structures in the same vicinity may also become a domino effect of chain explosions, with their extensive storage of dangerous chemicals and immense amount of flammable gases. Investors should also recognize these risks that can affect economic situation of this entire area.




This warning is from civil engineers who were directly involved in construction of the new PTT’s gas separation plant. The possibility of foundation settlements may cause widespread explosions of immense amount of flammable LPG gases stored at this plant. Damages from explosion are expected to reach most or all industrial estates in the Maptaphut vicinity.
Since December last year 2009, a group of civil engineers who constructed the PTT Plants in Maptaphut and provided of the Settlement of Shallow Foundation Case Study for 3 PTT Construction Plant Projects in Maptaphut, there are consisting of PTT-Phenol Plant and 2 PTT- Gas Separation Plant (GSP-6 & ESP). This case Study had submitted to Mr.Prasert Boonsumpun on 19 December 2009, Mr. Abhisit PM on 16 January 2010 and 2 times for Administration Court on 22 February 2010 and submitted as a accusation on 27 May 2010. Andalso they sent it to the Engineering Institute of Thailand on 9 April 2010. It is no sound from all concerned authorities.
Explanation for PTT's Soil Bearing : In the construction phase, no Site or QA/QC Engineers have been known about the soil bearing capacity in design phase which they were higher than other factory 3 times. 90 ton/m2 of Soil Bearing was the base of Ultimated Design for all extra foundation, pipe rack 21-24 m. high, pressurize tower 40 m. high (equivalent to ten story building). The 90 ton/m2 was refered to random soil test report but all construction engineers had been never known. The diff. settlement of any structure was specified 10 to 15 mm only.
จากความเร่งรัดด้านธุรกิจ การเจริญเติบโตของบริษัทพลังงานไทย และความต้องการใช้พลังงานที่สูงขึ้น อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ ภาคอุตสาหกรรมหลงลืม ความปลอดภัยในการก่อสร้าง และความสำคัญหลักด้านความมั่นคงและตั้งอยู่ได้ของโครงสร้างคือความมั่นคงแข็งแรงของฐานราก โดยเสาเข็มเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้ฐานรากมั่นคง การที่ภาคอุตสาหกรรมอ้างว่าดินมีความแข็งแรงมากจนไม่ต้องพึ่งพาเสาเข็มนั้น กลับกลายเป็นเรื่องที่ไม่ปลอดภัยกับทุกชีวิตและสภาวะแวดล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จากตัวอย่างที่เพิ่งเกิดขึ้นกับโรงงานที่ปล่อยให้เกิดก๊าซคลอรีนรั่วไหล มันไม่ใช่รั่วไหล แต่มันเกิดจากการทรุดพังของฐานถังเก็บคลอรีน จนมีผู้เจ็บป่วยหลายร้อยคน มีหลายภาคส่วนของประเทศนี้ กำลังทำเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ซึ่งมาจากปัญหาทั่วไปของขบวนการในการดำเนินการของโรงงาน ซึ่งเป็นเรื่องภาวะทั่วไปของการปล่อยของเสียที่ปนเปื้อน หลายส่วนอาจละเลยด้านความแข็งแรงของโรงงานไป ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อแผ่นดินไหว ถ้าเรานึกถึงภาพตึกพังถล่มได้ ต้องย้อนกลับมามองถ้าโรงงานถล่ม เพราะไม่แข็งแรงล่ะ อะไรจะเกิดขึ้น ถ้าเป็นโรงงานเกี่ยวกับสารเคมีอันตราย หรือก๊าซไวไฟ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง แต่ละโรงงานย่อมมีคลังสารเคมีอันตรายและก๊าซไวไฟจำนวนมหาศาล ...
เรื่องสถานะความไม่ปลอดภัย เป็นเรื่องที่ประชาชน หรือชุมชนจะต้องรับรู้เท่านั้นหรือ ความจริงแล้วโรงงานต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียงติดต่อกัน หรืออยู่ในรัศมีความเสี่ยงเมื่อเกิดเหตุจำเป็นที่จะต้องรับรู้ด้วย เพราะโรงงานแต่ละแห่งย่อมมีสถานะในการเกิดเหตุซ้ำ เช่นการระเบิดจนลุกลามต่อเนื่องกัน แบบโดมิโน ...
ผู้มาลงทุน กลุ่มทุน นักลงทุน ต้องรับรู้หรือไม่ เป็นเรื่องที่จำเป็นที่ต้องรับรู้ เพราะนอกจากความเสี่ยงในสถานที่เกิดเหตุแล้ว ยังมีความเสี่ยงต่อสภาวะเศรษฐกิจ ถ้าในบริเวณนั้นๆ มีอิทธิพลต่อสภาวะของการลงทุนหรือเศรษฐกิจ เพราะถ้าเกิดเหตุแล้วจะทำให้เศรษฐกิจมีปัญหาด้วย ...
และทั้งหมดที่กล่าวมานี้ มันไม่ใช่แค่เรื่อง EIA หรือ HIA หรือ ต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ เท่านั้น ขอให้จำลองเหตุการณ์ และ ใช้คำว่า “ถ้า ... แล้วผลที่ตามมาคือ ...” มาถึงตรงนี้แล้ว ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรจะทำอะไร หรือจะดันทุรังเสี่ยง ทั้งๆที่ความเสี่ยงสูงมากนี้ เป็นการเตือนจากวิศวกรโยธา ที่ทำงานฐานรากให้ โรงแยกก๊าซใหม่ ของ ปตท. ที่ท้วงติงถึงความไม่ปลอดภัย อาจทรุดพัง จนเกิดเหตุระเบิดลุกลามรุนแรง เพราะมีคลังก๊าซแอลพีจี จำนวนมหาศาล รัศมีทำลายล้างครอบคลุม นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ในมาบตาพุดทั้งหมด
อ้างถึง – การปกปิดข้อมูลความแข็งแรงของดิน ที่ใช้ในการออกแบบฐานราก แบบรับน้ำหนักประลัยสูงถึง 90 ตัน/ม2 (หมายถึง ถ้าสร้างถังเก็บน้ำ จะสร้างได้สูงถึง 90 เมตร หรือเทียบเท่าตึกสูง 25 ชั้น โดยไม่ต้องตอกเสาเข็ม แล้วดินจะทรุดตัวลง ประมาณ 1 นิ้ว) ไม่มีวิศวกรสนามที่ก่อสร้างฐานรากต่างๆ ในโรงแยกก๊าซ ใหม่ ของ ปตท. รู้ข้อมูล ซึ่งเป็นส่วนที่จะต้อง ควบคุมการก่อสร้างให้ได้ถูกต้องกับ สมมุติฐานในการออกแบบ – ตรงนี้ที่บอกว่า ทำไมจึง มีความเสี่ยงสูงมาก
ทำไมต้องมีรูปอธิบาย เพราะมันเคยเกิดขึ้นจริง และนับวันจะเกิดบ่อยครั้งขึ้น เพราะความมักง่าย และความไม่สนใจกับเหตุที่อาจจะเกิด จนเกิดความเสียหาย

เหตุไฟไหม้ในโรงงานอาจจะเกิดจากจุดเล็กๆ บางพื้นที่ก่อนที่จะลุกลาม


จากจุดเล็กๆ ที่เกิดเหตุ จนไฟไหม้ระเบิดเสียหายทั้งหมด
มันเกิดบ่อยครั้ง กับโรงงานสารเคมีและก๊าซ
ภาพแสดงถึงความเสียหายทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะบางส่วน


และถ้าการระเบิดลุกลามไปยังคลังก๊าซคลังสารเคมี
แท่นเจาะน้ำมัน ของ ปตท. ที่ไฟไหม้ระเบิดในทะเลติมอร์
ทั้งๆที่รู้ล่วงหน้านานถึง 2 เดือนกว่า

ภาพการระเบิดของโรงงานก๊าซในเม็กซิโก ที่เสียหายทั้งหมด

และปริมาณก๊าซแอลพีจี ในคลังก๊าซ ปตท. มากกว่าถึง 7 เท่า


ถ้าโรงแยกก๊าซ ปตท. ไม่อยู่ติดตลาด-ชุมชน-โรงงานอื่นๆอีกจำนวนมาก
เรื่องนี้ จะไม่มีใครใส่ใจเหมือนแท่นเจาะ ปตท. ที่ระเบิดกลางทะเล
แต่ตรงนี้ ... ที่มาบตาพุด มีคนเป็นแสนโรงงานเกือบร้อย ที่จะมีผลกระทบ
เรื่องนี้ ที่ทำให้ผู้คนหวาดผวา หวั่นวิตก ขัวญแขวน ทุกครั้งที่มีฝนตกพายุลมแรง

เรื่องส่งไปยังศาลปกครองให้เร่งรัดไต่สวน ล่วงมานานเกือบ 2 เดือนครึ่ง
ทุกอย่างยังคงเงียบหาย เช่น นายก รมต. รับรู้เรื่องนี้มานานกว่า 7 เดือน


Download : ACCUSATION - คำฟ้อง/คำขอให้ไต่สวนฉุกเฉิน/คำชี้แจงเพิ่มเติม
  • คำฟ้อง : www.boonchoo.org/court2/F-AC-PTT.rar

วันพฤหัสบดีที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

รัฐบาลอภิสิทธิ์ กำลังจะทอดทิ้ง ... คนมาบตาพุด!!!


จะติดป้ายนี้ บนสะพานลอย มาบตาพุด
ถ้ารัฐบาลประกาศว่า โรงแยกก๊าซ ปตท.
เป็นโครงการหรือกิจกรรมที่ไม่ส่งผลกระทบรุนแรง

เสียงเล็กๆ ที่พยายามสื่อเรื่องใหญ่ๆ แต่หลายภาคส่วนกลับเมินเฉย เรื่องส่งไปยังศาลปกครองแล้ว
ไม่มีองค์กรภาครัฐที่ถูกฟ้อง สนใจ เข้าชี้แจงต่อศาล ศาลไม่ไต่สวนฉุกเฉิน อ้างไม่มีเหตุสมควร
รายละเอียดเยอะ และยังไม่รู้ว่า จะต้องรอไปอีกนานเท่าไหร่ จนขณะนี้ รัฐกำลังจะประกาศ ...
กิจการและโครงการไม่ส่งผลกระทบรุนแรง ทุกภาคส่วนดันทุรังโรงแยกก๊าซเสี่ยง ของ ปตท.
อ้างจะกระทบเศรษฐกิจชาติ!!!

80 ผู้นำองค์กร-ชุมชน มาบตาพุด ที่ได้รับรู้ข้อมูลความเสี่ยงสูงแล้ว เมินเฉยปกปิด ...
ไม่ส่งข่าวต่อให้ผู้ที่อยู่ในองค์กร-ชุมชนของแต่ละท่าน เป็นเรื่องที่พิจารณาได้เอง
ว่าสมควรอย่างไร ที่จะให้ผู้คนได้รับรู้ เพื่อวางแผนเผชิญเหตุ
ตรงนี้ไง ... ที่บอกว่าเสี่ยง เสี่ยงอย่างไร ตามไปดู

น้ำท่วมโรงแยกก๊าซ ปตท. เพราะฝนตกหนัก 12 ก.ค. 53
โรงแยกก๊าซ ปตท. ที่อ้างว่าดินแข็งแรงมากที่สุด ในมาบตาพุด จนไม่ต้องตอกเสาเข็ม
เป็นร่องน้ำ ฝนตกครึ่งวัน น้ำก้อท่วม พื้นที่น้ำท่วม ดินแข็งแรง จริงหรือ!!!
ฐานรากหอสูงเท่าตึก 10 ชั้น เสาเข็มไม่ตอก ทรุดพัง ขึ้นมาอาจไฟไหม้ระเบิด
มีคลังก๊าซ แอลพีจี ขนาดเทียบเท่ารถก๊าซ 4,200 คัน
อนิจา! น่าสงสารคนมาบตาพุด กินอยู่หลับนอนท่ามกลางความเสี่ยง

โครงสร้างพิเศษสำคัญทั้งหมดที่เห็น ... ไม่ได้ตอกเสาเข็ม !!!โครงสร้างพิเศษสำคัญทั้งหมดที่เห็น ... ไม่ได้ตอกเสาเข็ม !!!


วิศวกรโยธาฟ้องหน่วยงานรัีฐ อนุมัติโครงการเสี่ยง



คลังก๊าซเทียบเท่ารถก๊าซ 4,200 คัน กรณีระเบิดจากเหตุทรุดพัง รัศมีจะกินวงกว้างแค่ไหน
หรือนี่ไม่ใช่โครงการที่อาจส่งผลกระทบรุนแรง ของรัฐบาลอภิสิทธิ์
เมล์ส่งถึง นายกอภิสิทธิ์ - คุณกอร์ปศักดิ์ - คุณกรณ์ และนักวิชาการ นักสิ่งแวดล้อม แต่เลิกส่งให้สื่อมวลชนไทยแล้ว รอเหตุสลดทุกฝ่ายทุกภาคส่วนของประเทศนี้ คงจะหลีกลี้ หนีความรู้สึกผิดไม่ได้ เข้าใจดีว่า ทุกๆท่านไม่ได้มากินอยู่หลับนอนใช้ชีวิต ที่มาบตาพุด ความเสี่ยงของคนมาบตาพุด จะคงอยู่ตลอดอายุการใช้งานโรงแยกก๊าซ ปตท. ปีนี้ไม่มีปัญหา ปีหน้าไม่มีปัญหา แล้วปีถัดๆไปล่ะ ทุกคราที่ฝนตกหนักมีพายุลมแรง คนมาบตาพุดต้องอกสั่นขัวญแขวน ไม่รู้ว่า อะไรๆที่ทำกันไว้ไม่แข็งแรงจะทรุดจะพัง จนเกิดระเบิดเมื่อไหร่ เหตุก๊าซคลอรีนรั่ว เพราะถังทรุดพัง มันออกมาเตือนแล้ว ... ว่าทุกส่วนต้องหันมาสนใจ อย่าบอกนะว่าไม่มีเวลาสนใจใส่ใจ เพราะคุยเรื่องเดียวกันกันอยู่ เข้าใจว่าจะมีปัญหาเศรษฐกิจ แต่ภาครัฐรับรู้เรื่องนี้ มากว่า 6 เดือน อ้างว่ามีปัญหาการเมือง แต่เมล์นี้ส่งซ้ำๆ ถึงนายก ถึงคุณกอร์ปศักดิ์ ถึงคุณกรณ์ ถึงคุณสาธิต ปิตุเตชะ สส.ระยอง ไม่เคยเห็นความห่วงใยใส่ใจของท่านๆ นอกจากเห็นความพยายามที่จะดำรงอยู่ ในอำนาจกันต่อ ประโยชน์อะไรที่เปิดรับฟัง เสียงคน 63 ล้านคน ... จริงใจทำอะไรเพื่อประชาชนจริงๆหรือ!!!
ทั้งภาครัฐ คณะกรรมการ 4 ฝ่าย คณะอนุกรรมการรับฟัง-ประชาพิจารณ์ องค์การอิสระชั่วคราว นักวิชาการ นักสิ่งแวดล้อม สื่อมวลชนไทย ขบวนการยุติธรรม

รอเกิดเหตุสลดเมื่อไหร่ ... เรื่องราวก้อจะถูกขุดคุ้ย ว่าแท้จริงแล้ว หลายฝ่ายรับรู้เรื่องนี้ แต่ทำเป็นเฉยเสีย อ้างจะกระทบปัญหาเศรษฐกิจ แต่ปล่อยให้ชีวิตคนมาบตาพุด อยู่ในความเสี่ยง กับก๊าซแอลพีจีเทียบเท่ารถก๊าซ 4,200 คัน ที่แขวนไว้กับ โครงสร้างโรงงานที่ไม่แข็งแรง รอวันที่มันจะทรุดจะพังถล่ม หรือมีโรงงานจำนวนมากในมาบตาพุด ก่อสร้างกันแบบ ปตท. !!!??

วันอังคารที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2553

โรงแยกก๊าซ ปตท. โครงการเสี่ยงมีผลกระทบร้ายแรงลุกลาม



แม้ คกก.4ฝ่าย จะผ่านให้ไม่เป็นโครงการที่มีผลกระทบรุนแรงแล้ว แต่ไม่ได้ลดความเสี่ยงเดิม ที่เกิดขึ้นแล้ว จากการไม่ตอกเสาเข็มทั้งหมด การรั่วของก๊าซคลอรีน ที่มาจากปัญหาดินทรุดจนถังล้มพังของโรงงานอดิตยา (ของชาวอินเดีย) เป็นตัวอย่างว่า ปัญหาเกิดเพราะเหตุใด การก่อสร้างโรงงานโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย โครงสร้าง-ฐานรากต่างๆ ไม่แข็งแรงพอเพียง พอเกิดอะไรขึ้น ส่งผลกระทบต่อคนจำนวนมาก และโรงงานหนึ่งๆ มีอายุใช้งาน 25-30 ปี คนอนุมัติแบบคนคำนวณแบบ รับผิดชอบได้จริงๆหรือ ถ้ามีคนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก และส่งผลลุกลามไปยังโรงงานโดยรอบที่มีอยู่จำนวนมาก

ข่าวเก่า - กรณีโรงแยกก๊าซ เปิดล่าช้า

พลังงานขู่ทบทวนแผนตรึงราคาแอลพีจีถึง ส.ค.2553 ก่อนกำหนด หากโรงแยกก๊าซฯ 6 ปตท.ถูกระงับกิจการ ส่อกองทุนน้ำมันฯ ติดลบ

นายสยุมพร ลิ่มไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เปิดเผยภายหลังการร่วมคณะนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ตรวจพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง เพื่อหาต้นเหตุว่าโรงงานอุตสาหกรรมใดเป็นตัวการปล่อยก๊าซรั่วออกสู่ชุมนุมชน เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ว่า ในเวลา 14.00 น. วันที่ 15 ธ.ค. จะได้ข้อสรุปว่าโรงงานใดปล่อยก๊าซรั่ว ล่าสุดคณะทำงานตรวจสอบการปล่อยก๊าซให้รั่วไหล ได้บีบพื้นที่ที่ต้องสงสัยให้เหลือ 3 กิโลเมตร และประเมินจากแนวทางที่เกิดกระแสลมพัดกลิ่นก๊าซเข้าหาชุมชน ซึ่งมี 10 โรงงานอุตสาหกรรมเข้าข่ายต้นเหตุ "ได้ขอความร่วมมือกรมควบคุมมลพิษ ส่งเจ้าหน้าที่มาพิสูจน์ว่ากลิ่นก๊าซที่ระเหยออกมาเป็นก๊าซชนิดใด มีอันตรายเพียงใด และขอความร่วมมือตำรวจสอบสวนข้อเท็จจริงด้วย ต้องสอบปากคำเจ้าหน้าที่โรงงานทั้ง 10 แห่ง และผู้บริหารก่อนจะชี้ขาดว่าเป็นโรงงานใด ส่วนการลงโทษเป็นหน้าที่ของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) และกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.)"
ขณะที่นายวิฑูรย์กล่าวว่า สาเหตุที่ตรวจสอบที่มาของกลิ่นก๊าซรั่วทำได้ยาก เพราะมีการรั่วเพียงเวลาสั้นๆ จึงไม่สามารถค้นหาตัวการปล่อยก๊าซรั่วได้ในทันที แต่กระทรวงได้กำหนดมาตรการแก้ไข ดังนี้ 1.สั่งการให้ กนอ. และ กรอ.ประเมินคุณภาพการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ใน 2,200 โรงงานในภาคตะวันออกภายใน 45 วัน เพื่อพิจารณาว่าการดำเนินการตามอีไอเอของแต่ละโรงงานเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายหรือไม่ และทำรายงานให้ กรอ.ตรวจสอบในทุก 6 เดือน 2.กำหนดแผนฉุกเฉินเพิ่มเติม โดยโรงงานอุตสาหกรรมเพิ่มเติมมาตรการอย่างเข้มข้น และ 3.จัดตั้งสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกลาง เพื่อดูแลสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน กล่าวหลังการหารือถึงผลกระทบกรณีมาบตาพุดต่อกิจการด้านพลังงาน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ว่า ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าโรงแยกก๊าซธรรมชาติแห่งที่ 6 ของ ปตท.จะเข้าข่ายถูกระงับกิจการหรือไม่ หากถูกระงับจะทำให้ต้องนำเข้าก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) มากขึ้น และกระทบฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะต้องเข้าไปชดเชยส่วนต่างราคา จนฐานะกองทุนอาจติดลบได้ กระทรวงอาจทบทวนโครงสร้างราคาแอลพีจี ที่รัฐมีนโยบายตรึงไว้จนถึงเดือน ส.ค.53 "คงต้องดูผลคณะกรรมการ 4 ฝ่ายว่าจะมีมาตรการที่ใช้เวลามากน้อยเพียงใด เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรา 67 (2) ของรัฐธรรมนูญปี 50 รวมถึงความชัดเจนคำสั่งศาลว่าโรงแยกก๊าซฯ 6 เข้าข่ายถูกระงับกิจการหรือไม่ เพราะไม่อยากให้ฐานะกองทุนน้ำมันติดลบจนต้องกู้เงินมาชดเชยอีก หากเป็นเช่นนั้น ต้องทบทวนแผนตรึงราคาแอลพีจีก่อนกำหนด หรืออาจไม่ต่ออายุมาตรการ"
อย่างไรก็ตาม ได้กำหนดมาตรการล่วงหน้าหากระงับโรงแยกก๊าซฯ 6 ประกอบด้วย 1. ผลการระงับกิจการจะทำให้ต้องนำเข้าแอลพีจีเพิ่มสูงถึงเดือนละ 100,000 ตัน แต่คลังที่เขาบ่อยารับได้เพียง 88,000 ตัน จึงจะทำคลังลอยน้ำในทะเล 2. ให้โรงแยกก๊าซหน่วยอื่นๆ เลื่อนการหยุดซ่อมประจำปีออกไป ทั้งนี้ จากการประเมินราคาแอลพีจีตลาดโลกปี 53 คาดเฉลี่ยที่ 700 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน ส่งผลให้กองทุนน้ำมันฯ จ่ายชดเชยแอลพีจีนำเข้าเดือนละ 1,400 ล้านเหรียญฯ ในปี 53 จะทำให้ฐานะกองทุนน้ำมันฯติดลบ
นายพรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า หากโรงแยกก๊าซฯ 6 ต้องระงับกิจการ จะทำให้อุตสาหกรรมปิโตรเคมีขั้นปลายหาวัตถุดิบไม่ได้ และต้องนำเข้า รวมถึงไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามสัญญา ดังนั้น ภาครัฐต้องหารือมาตรการเยียวยาอื่นๆ นอกจากนี้ จะมีผลต่อการรับซื้อก๊าซฯ ที่มีสัญญา Take or pay ประมาณ 5,900 ล้านบาทในปี 53 ซึ่ง ปตท.จะรับภาระไปก่อน แต่จะไม่นำมาเป็นภาระค่าไฟของประชาชนแน่นอน ส่วนนายชายน้อย เผื่อนโกสุม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จะทำหนังสือไปยังศาลปกครองกลาง เพื่อสอบถามความชัดเจนถึงกิจการที่ได้รับอีไอเอก่อนปี 50 โดยเฉพาะโรงแยกก๊าซฯ 6 ว่าจะถูกระงับกิจการหรือไม่ ขณะที่นายสรยุทธ เพ็ชรตระกูล ผู้ช่วย รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า วันนี้ (15 ธ.ค.) จะนำข้อมูลเกี่ยวกับสถานะ 65 กิจการที่ถูกระงับกิจการ เสนอต่อที่ประชุม ครม. หลังจากให้ กนอ. และ กรอ. สำรวจตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กนอ.สรุปรายงานผลสำรวจ 36 โครงการ จาก 53 โครงการ พบมีผลกระทบด้านเศรษฐกิจดังนี้ 1.ผลกระทบทางตรง แบ่งเป็นเงินลงทุน 87,945.95 ล้านบาท รายได้ที่เกิดจากการผลิต 93,449.00 ล้านบาทต่อปี อื่นๆ 340.00 ล้านบาท 2.ผลกระทบต่อเนื่อง แบ่งเป็น สัญญากับผู้รับเหมา 19,540.00 ล้านบาท ค่าปรับที่เกี่ยวข้อง 2,765.00 ล้านบาท คู่ค้า 19,051.50 ล้านบาท ผู้ให้บริการ 1,384.30 ล้านบาท ฯลฯ ส่วนผลกระทบด้านสังคม ประกอบด้วย 1.จำนวนคนว่างงาน 8,488 คน 2.รายได้ค่าครองชีพของครัวเรือน 1,444.50 ล้านบาท/ปี 3.อื่นๆ 50 ล้านบาท รวมมูลค่าความเสียหาย 36 โครงการ รวม 283,964.77 ล้านบาท.
ข้อมูลจาก

วันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ลูกชายเสธ.แดง

Pic_91018

สาวเมืองคอนพาลูกชาย5ขวบเข้ากรุงกราบศพพ่อ อ้างเป็น "เมีย-ลูก" ของ "เสธ.แดง" ลั่นพร้อมตรวจดีเอ็นเอ ไม่คิดเรียกร้องอะไร แค่ต้องการให้ลูกอยู่ในสังคมได้อย่างมีเกียรติ...

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 21 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐเดินทางไปที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านปิ่นเกล้า เพื่อขอพบ และพูดคุยกับ น.ส.ลัดดาวัลย์ พลฤทธิ์ อายุ 33 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช หลังทราบข้อมูลว่า น.ส.ลัดดาวัลย์ อ้างว่าเป็นภรรยาอีกคนหนึ่ง ของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ "เสธ.แดง" ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก โดยเธออ้างว่า ได้คบหากับ เสธ.แดง มานานจนมีบุตรชายด้วยกัน แต่ยังไม่เคยมีใครนำเรื่องนี้มาเปิดเผยให้สังคมได้รับรู้

ทั้งนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวเดินไปถึงที่ร้านตามนัดหมายก็พบ น.ส.ลัดดาวัลย์ พร้อมบุตรชายทราบชื่อคือ ด.ช.นักรบ สวัสดิผล หรือ "น้องแดงน้อย" อายุ 5 ขวบ มานั่งรออยู่ก่อนแล้ว จากการสอบถาม น.ส.ลัดดาวัลย์ เล่าให้ฟังว่า รู้จักกับ เสธ.แดง ตั้งแต่ปี 2546 ช่วงนั้นตนทำงานเป็นผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ของสำนักพิมพ์แห่งหนึ่ง มีภารกิจที่ต้องติดตามข่าวสารของ เสธ.แดง จึงมีการแลกเบอร์โทรศัพท์กันไว้ และติดต่อกันเรื่อยมา ทำให้ตนทราบว่า เสธ.แดง เป็นพ่อหม้ายมีลูกติด ส่วนภรรยาเสียชีวิตไปแล้วจึงตัดสินใจคบหากระทั่งเกิดความรู้สึกที่ดี และมีสัมพันธ์กัน หลังจากที่รู้จักกันได้ประมาณ 1 ปี


น.ส.ลัดดาวัลย์ เล่าต่อว่า จากนั้นเมื่อปี 2547 ตนได้ตั้งครรภ์กับ เสธ.แดง ซึ่งทาง เสธ.แดง ก็แสดงความรับผิดชอบมาตลอด จนคลอดลูกออกมาเป็นบุตรชาย ทำให้ เสธ.แดง ดีใจมาก โดยตั้งชื่อให้ว่า ด.ช.นักรบ และยินยอมให้ใช้นามสกุล สวัสดิผล พร้อมทั้งยังเป็นผู้ตั้งชื่อเล่นให้ด้วยว่า น้องแดงน้อย ซึ่งในช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ตนพาลูกกลับไปอยู่ที่บ้านเกิดที่ จ.นครศรีธรรมราช ส่วน เสธ.แดง ก็คอยดูแลส่งเสีย และมักหาเวลานัดพบตนกับลูกอย่างสม่ำเสมอเฉลี่ยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง กระทั่งปัจจุบันนี้บุตรชายเรียนอยู่ชั้นอนุบาล 3 ทุกครั้งที่เจอหน้ากัน เสธ.แดง ก็มักจะพาลูกไปเที่ยวสวนสัตว์ ไปขี่ม้า และพาไปดูรถถัง โดยความฝันของ เสธ.แดง คืออยากให้ลูกเป็นนายทหาร และเป็นนักรบที่เก่งให้ได้เหมือนอย่างพ่อ

ผู้สื่อข่าวถามว่าพอทราบข่าวการเสียชีวิตของ เสธ.แดง แล้วรู้สึกอย่างไร น.ส.ลัดดาวัลย์ ตอบว่า รู้สึกใจหาย และเสียใจมากเพราะ เสธ.แดง ถูกยิงก่อนวันที่น้องแดงน้อย จะเปิดเทอมเพียง 1 วัน ซึ่งในช่วงเช้าวันที่ 14 พ.ค. ตนพยายามโทรศัพท์หา เพื่อบอกว่าลูกกำลังจะไปโรงเรียน แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ จนกระทั่งมีญาติสนิทมาแจ้งข่าวว่า เสธ.แดง ถูกยิงตั้งแต่ช่วงกลางดึกอาการเป็นตายเท่ากัน ตอนนั้นพยายามให้กำลังใจตัวเองด้วยการสวดมนต์ไหว้พระบอกกล่าวต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้เกิดปาฏิหาริย์ และทำใจเรื่อยมา จนเสธ.แดง สิ้นลมที่วชิรพยาบาลเมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา

เมื่อถามถึงสาเหตุที่ตัดสินใจออกมาเปิดเผยเรื่องนี้ต่อสังคม น.ส.ลัดดาวัลย์ ตอบว่า ตนพาลูกเดินทางมากรุงเทพฯ เพื่อมากราบศพ เสธ.แดง เป็นครั้งสุดท้าย เพราะในวันพรุ่งนี้ (22 มิ.ย.) ก็จะมีพิธีพระราชเพลิงศพที่วัดโสมนัสแล้ว ทีแรกตั้งใจว่าจะพากันไปที่วัดตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อถ่ายรูปหน้าศพเก็บไว้ เป็นที่ระลึก และจะอยู่กันอย่างเงียบๆ จนเสร็จพิธี พอคิดอีกทีก็รู้สึกสงสารลูกที่ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างลับๆ มาตลอด 5 ปีแล้ว ซึ่งจากนี้ไปน้องแดงน้อย ควรอยู่ในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี และบอกใครๆ ได้เต็มปากว่า เป็นลูกชายของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล โดยเฉพาะหากตนมีโอกาสทำความฝันของ เสธ.แดง ด้วยการส่งเสียผลักดันให้ลูกได้เป็นนายทหารจริงๆ ลูกจะได้ไม่รู้สึกลังเลที่จะบอกใครต่อใครว่าเป็นทายาทของ เสธ.แดง


"ตนขอยืนยันว่าไม่ได้ออกมาเรียกร้องเพื่อขอรับสิทธิ์หรือขอความช่วย เหลือจากผู้ใดทั้งสิ้น เพราะวางแผนเอาไว้แล้วว่าจะทำธุรกิจหาเลี้ยงลูกด้วยลำแข้งของตัวเอง ที่ตัดสินใจเอาเรื่องนี้ออกมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนก็เพื่อความชอบธรรมของลูก ที่ต้องใช้ชีวิตต่อไปในสังคมเท่านั้น โดยตนพร้อมที่จะพิสูจน์ข้อเท็จจริงทุกอย่างว่า น้องแดงน้อย เป็นทายาทของ เสธ.แดงจริงๆ และตนก็ไม่กลัวถ้าหากมีใครต้องการให้พิสูจน์เรื่องนี้ด้วยผลตรวจทางดีเอ็นเอ" น.ส.ลัดดาวัลย์ กล่าว

ด้าน ด.ช.นักรบ สวัสดิผล หรือ "น้องแดงน้อย" ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวอย่างไร้เดียงสาว่า "คุณพ่อหนูชื่อ ขัตติยะ สวัสดิผล ตอนนี้ตายไปแล้วเพราะถูกผู้ร้ายยิง หนูคิดถึงคุณพ่อมาก อยากให้คุณพ่อพาไปสวนสัตว์ ดูจระเข้ ดูฮิปโป ขี่ช้าง อยากให้คุณพ่อสอนยิงปืนใส่ก้อนหินให้อีก หนูจะตั้งใจเรียนเพราะอยากเป็นทหารเหมือนคุณพ่อ".

วันอังคารที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ต้นไม้เฉา เมื่อกีาซรั่ว ที่มาบตาพุด




ต้นไม้ยังแบบนี้ แล้วอวัยวะภายในของคนมาบตาพุด จะเป็นแบบไหน

รายชื่อชุมชน ต่างๆ เขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด และผังเมือง





รายชื่อชุมชน ในเขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด ระยอง

  1. หนองแฟบ
  2. บ้านบน
  3. ตลาดมาบตาพุด
  4. วัดมาบตาพุด
  5. คลองน้ำหู
  6. มาบชะลูด
  7. บ้านล่าง
  8. วัดโสภณ
  9. มาบข่า
  10. เขาไผ่
  11. ชากลูกหญ้า
  12. มาบยา
  13. ซอยร่วมพัฒนา
  14. หนองหวายโสม
  15. โขดหิน
  16. ตลาดห้วยโป่ง
  17. อิสลาม
  18. ตากวน-อ่าวประดู่
  19. หนองบัวแดง
  20. สำนักกะบาก
  21. ห้วยโป่งใน
  22. บ้านพลง
  23. กรอกยาชา
  24. หนองน้ำเย็น
  25. เกาะกก-หนองแตงเม